Naar inhoud
Terug naar nieuws
เคยไหม..อยู่ดีๆ ก็ถูกกด ถูกดัน หรือถูกบีบให้ออกจากจุดที่เคยยืน ทั้งที่เราไม่ได้ทำอะไรผิด? บางทีหากได้ลอง ถอนตัวเองออกจากเรื่องราว มองกลับไปด้วยความเข้าใจ ปรับมุมมองด้วยหลักเมตตาและกฎแห่งกรรม "ความเข้าใจ คือ น้ำเย็นที่ดับไฟในใจได้ดีที่สุด" จบที่เรา..เบาที่สุด ................................... มีโยมท่านหนึ่งปฏิบัติธรรมนะ รักษาศีล 5 แล้วก็ศรัทธาในพระรัตนตรัย ปฏิบัติกรรมฐานอยู่เนือง ๆ เป็นประจำ เรื่องนี้ผ่านมาไม่นาน เกิดเมื่อราวปลายปีที่แล้ว โยมเขาทำบริษัทอยู่ มีคล้าย ๆ ว่าพาร์ทเนอร์ (partner หุ้นส่วน) แบบว่าเหมือนมากดดัน มาฟอร์ซ (force บังคับ) อะไรต่าง ๆ แต่แป๊บเดียวเท่านั้นแหละ ไม่นานนี้เอง ตัวเขาก็ถูกเด้งเลยโยมนะ ทั้งที่โยมเขาก็ไม่ได้ทำอะไร แต่หุ้นส่วนคนนั้นถูกตรวจจับได้ว่าโกง แล้วก็น่าจะเรียกว่า มีปัญหาในการทำงานเลยแหละนะ เรื่องแบบนี้ก็ให้มองด้วยความเมตตานะ เขาทำเหตุปัจจัยขึ้นมา เดี๋ยวเขาก็ต้องรับผล เพราะทุกคนก็เป็นไปตามกฎแห่งกรรมนั่นเอง ฉะนั้น จากการที่เราต้องได้รับแรงกดดันตรงนี้ ก็ให้รู้ว่าเหตุปัจจัยมันมีมาก่อน เราเคยอาจจะทำอะไรแบบนี้ไว้ มันเลยต้องรับผล เอาเขาเป็นครู เขามาทำเรา แต่เราก็ไม่ไปทำคนอื่น ..ให้มันจบที่เรา เราก็เจริญเมตตาจิตไป แต่จะว่าไป "เจริญเมตตา" พวกนี้นี่ เอาจริง ๆ บางทีมันก็ยากนะ บางคนบอกให้เมตตา ๆ นะ มันเมตตาไม่ออกเลย นี่จากที่โยมมาส่งอารมณ์นะ หลายคนหลายกรณี โยมบอกแผ่เมตตายังไงก็แผ่ไม่ออกอ่ะ ดันเท่าไรก็ไม่ออก บางทีเนี่ยชีวิตแต่ละท่านเมันมีเรื่องมีราวนะ มีคนมานู่นนี่นั่น มีคนมาทำอะไรต่าง ๆ มากมาย บางทีมันมีปมในใจ มันล็อกไว้อยู่ จะให้เมตตา มันเมตตาไม่ออก ก็ต้องค่อย ๆ ฝึกไปโยม ฝึกไป ฝึกด้วยการใช้ความคิดก่อนก็ได้ เช่นว่า เราทุกคนก็เป็นเพื่อนร่วมเกิด แก่ เจ็บ ตาย ด้วยกันทั้งหมด แต่ละคนก็มีความทุกข์กันทั้งนั้น การคิดนำแบบเนี้ยช่วยได้ หรือ มองในข้อดีของเขาก็ได้ หรือ มองเป็นเรื่องเหตุปัจจัย เช่นว่า คนที่มาทำเรา ทำไมเขาต้องมาทำเรา ไม่ทำคนอื่นล่ะ? เขาอาจจะมีเหตุปัจจัยมานะ เช่น ทำไมหัวหน้าเนี่ยจี้งานจังเลย ก็เขาอยู่ในฐานะที่มีความรับผิดชอบสูง ก็มีบริษัท มีเหตุปัจจัย แบบเนี่ย เขาดูภาพรวม มันมีเหตุปัจจัยให้ต้องฟอร์ซลงมา เราต้องเข้าใจ ก็ทำให้เข้าใจหัวหน้าได้ ว่าทำไมหัวหน้าต้องมาจี้งาน ถ้าเข้าใจแบบนี้ได้ ใจเราก็เบา ยกตัวอย่างเฉย ๆ นะ เราก็เข้าใจกัน ความเข้าใจก็เป็นน้ำนะ ความหงุดหงิดมันก็เป็นไฟนั่นเอง ..ก็แผ่เมตตา ค่อย ๆ ทำไป พอทำไปมาก ๆ นะ จิตรวมง่ายนะ.. คนที่มีพรหมวิหาร แผ่เมตตาไม่มีประมาณอยู่เนือง ๆ ช่วยเรื่องละพยาบาทในจิตด้วยนะ ดีนะโยมนะ ตรงเนี้ย การเจริญเมตตาสามารถ.. • เปลี่ยนศัตรูให้เป็นมิตรได้ • หลับง่าย หลับสบาย • เทวดารักษา • ทำสมาธิง่าย เวลานั่งปฏิบัติสัก 10-15 นาที ทำไมบางคนพยายามแผ่เมตตาเท่าไรก็ "ไม่ออก"? เพราะในใจยังมีปมล็อกไว้... ถ้าตั้งจิตแผ่ความรัก ความปรารถนาดีไม่ออก ให้เริ่มจาก "ใช้ความคิดนำทาง" ก่อนได้ ลองทำกันดูนะ ธรรมบรรยาย โดย พระวรินทร นิททโร เช้าวันพุธที่ 3 มิถุนายน 2569 #จบที่เราเบาที่สุด #กำลังใจ #เจริญเมตตา #ธรรมะดับร้อน #ปล่อยวาง #กฎแห่งกรรม #เตือนสติ #ข้อคิดธรรมะ #ธรรมะ #สมาธิ #ยอมรับ #ให้อภัย #ยกเขาเป็นครู #ธรรมะเช้านี้ #พระวรินทรนิททโร #เลิกทุกข์
Delen
Bekijk op Facebook

Meer berichten

โครงการอบรมธรรมทูตคฤหัสห์ ณ วัดพุทธปทีป กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ ๒๐-๒๓ กันยายน ๒๕๖๘ พบกันเร็วๆนี้ที่วัดพุทธาราม ฟินแลนด์ ๑๘-๑๙-๒๐ กันยายน ๒๕๖๙

Lees verder
Bijgewerkt

อนุโมทนาบุญ ญาติโยมมาถวายภัตตาหารวันพฤหัสบดี ................................ อนุโมทนาสาธุ เป็นบุญยิ่งแล้ว

Lees verder
Bijgewerkt

อนุโมทนาบุญ คุณน้อย ผลุนกระโทก คุณกฤษฎี อัมรากุล (เอ๋) บริจาคทำบุญค่าภัตตาหาร -น้ำ-ไฟ ประจำเดือนๆละ 10 ยูโร ------------------------------------ ทำบุญเจ้าภาพฝาผนัง "พระอาทิตย์ขึ้นทางทิศตะวันตก" หลังองค์หลวงพ่อหนุน กองบุญที่ 145 -------------------------------------------- บุญบารมีหลวงพ่อหนุน อำนวยพรให้ทุกท่านพร้อมครอบครัว มีความรักที่ยั่งยืน มีครอบครัวที่มั่นคง มีการเงินที่มั่งคั่ง มีการงานที่ก้าวหน้า มีการค้าเจริญรุ่งเรือง คิดหวังสิ่งใด ขอให้ประสบผลสำเร็จในสิ่งที่ตนเองปรารถนาทุกประการ ------------------------------------------ อนุโมทนาสาธุ เป็นบุญยิ่งแล้ว

Lees verder